เรียกค่าเสียหายการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

คำพิพากษาฎีกาที่ 10746/2553

นางสาวเสาวลักษณ์ สุขเกษม โจทก์

บริษัท แคล คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) จำเลย

เรื่อง 1. โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจำเลยเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

2. การเลิกจ้างไม่เป็นธรรม พยานหลักฐานไม่พอฟังว่ามีเหตุสมควรการเลิกจ้าง

1. โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2536 จำเลยได้จ้างโจทก์เข้าทำงานเป็นลูกจ้างตำแหน่งสุดท้ายเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร รับค่าจ้างเป็นรายเดือน เดือนละ 13,770 บาท เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2545 จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่มีความผิด การกระทำของจำเลยเป็นการเลิกจ้างโจทก์ไม่เป็นธรรม ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าเสียหายกรณีเลิกจ้างไม่เป็นธรรมจำนวน 10,878,877 บาท

2. จำเลยให้การว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์และลูกจ้างอื่นซึ่งทำงานในแผนกต่างๆ รวม 60 คน ซึ่งก่อนเลิกจ้างจำเลยได้พิจารณาอย่างรอบคอบและเป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรม ปี 2544 จำเลยประสบปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจอย่างรุนแรง จำเลยได้รับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เพื่อพยุงฐานะจำเลย จำเลยจำเป็นต้องยุบหน่วยงาน และลดอัตรากำลังคนบางส่วน จึงได้ปิดประกาศให้พนักงานทราบว่าจำเลยประสบปัญหาจากวิกฤตเศรษฐกิจ จำเป็นต้องเลิกจ้างพนักงานประมาณ 100 คน สุดท้ายจำเลยได้เลิกจ้างโจทก์และลูกจ้างอื่นรวม 60 คน ซึ่งมีคุณสมบัติตรงตามที่คณะกรรมการคัดสรรเลิกจ้างกำหนด โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหาย ขอให้ยกฟ้อง

3. ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายกรณีเลิกจ้างไม่เป็นธรรมแก่โจทก์จำนวน 150,000 บาท

4. ศาลฎีกาปรึกษาแล้ว พยานหลักฐานของจำเลยไม่พอฟังว่ามีเหตุสมควรเลิกจ้างโจทก์ การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม โจทก์จึงมีสิทธิได้รับค่าเสียหายเนื่องจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า การที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าจำเลยไม่มีพยานหลักฐานมานำสืบว่าจำเลยขาดทุนจนประกอบกิจการต่อไปไม่ได้จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย เห็นว่า การที่นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างจะเป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรมหรือไม่ ต้องพิเคราะห์ถึงสาเหตุแห่งการเลิกจ้างว่ามีเหตุจำเป็นหรือมีเหตุสมควรในการเลิกจ้างหรือไม่เป็นสำคัญ การที่ศาลแรงงานกลางหยิบยกเรื่องจำเลยไม่มีพยานมานำสืบว่าจำเลยมีฐานะทางการเงินเปลี่ยนแปลงไปถึงขั้นขาดทุนจนประกอบกิจการไม่ได้จำเป็นต้องปรับองค์กรโดยการยุบหน่วยงานมาวินิจฉัย ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย

พิพากษายืน

รวบรวมโดยนายไพบูลย์ ธรรมสถิตย์มั่น (บ.1/43)
www.paiboonniti.com