คำพิพากษาฎีกาที่ 3143/2561

คำพิพากษาฎีกาที่ 3143/2561 (ขออนุญาตเลิกจ้างกรรมการเลิกจ้าง)
เรื่อง การที่ศาลแรงงานมีคำสั่งโดยมิได้กำหนกการไต่สวนให้ได้ตวามตามข้อเท็จจริงและยังไม่ได้วินิจฉัยในประเด็นตามที่ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านไว้ คำสั่งศาลแรงงานจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายให้ย้อนสำนวนให้ศาลแรงงานดำเนินการไต่สวนให้ได้ข้อเท็จจริงเพียงพอแก่การวินิจฉัยชี้ขาด แล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี

1.คดีนี้โจทก์ยื่นคำร้องว่า ผุ้คัดค้านเป็นลูกจ้าง ตำแหน่งพนักงานปฏิบัติการแผนกผลิต ผู้คัดค้านเป็นกรรมการสหภาพฯ และเป็นกรรมการลูกจ้าง ผู้คัดค้านละทิ้งหน้าที่หลายครั้ง โดยผู้ร้องมีประกาศเน้นย้ำเกี่ยวกับเวลาทำงานและเวลาพักเพื่อให้ผู้คัดค้านและพนักงานอื่นปฏิบัติโดยเคร่งครัด ผู้คัดค้านกลับไม่ยำเกรงจงใจฝ่าฝืนด้วยการละทิ้งหน้าที่และยังฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ผู้คัดค้านเคยถูกตักเตือนด้วยวาจา และตักเตือนเป็นหนังสือมาแล้ว การกระทำของผู้คัดค้านเป็นการกระทำผิดซ้ำคำเตือน กระทำการเป็นปรปักษ์และท้าทาย ขออนุญาตเลิกจ้าง ผู้คัดค้านให้การคัดค้านว่า ผู้ร้องออกประกาศเวลาพักใหม่โดยผู้คัดค้านไม่ยินยอมไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นการเปลี่ยนแปลงสหภาพการจ้างที่ไม่เป็นธรรมและไม่เหมาะสม ผู้คัดค้านจึงไม่ปฏิบัติตามประกาศดังกล่าว ไม่ถือเป็นการละทิ้งหน้าที่ ศาลแรงงานภาค 2 วินิจฉัยแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านซึ่งเป็นกรรมการลูกจ้างได้ ผู้คัดค้านอุทธรณ์
2.ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้เป็นคดีที่ผู้ร้องใช้สิทธิทางศาลยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาติให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้าน อันเป็นการเสนอคดีฝ่ายเดียวซึ่งผู้ร้องจะต้องนำพยานหลักฐานมาแสดงให้ศาลเห็นว่ามีเหตุตามที่ผู้ร้องกล่าวอ้างเกิดขึ้นจริงและเหตุนั้นเป็นเหตุที่สมควรจะอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านได้ เว้นเสียแต่ว่าผู้คัดค้านยอมรับในข้อเท็จจริงใด ศาลอาจอาจรับฟังข้อเท็จจริงนั้น โดยผู้ร้องไม่ต้องนำพยานหลักฐานมาแสดงทั้งนี้ผู้คัดค้านจะยื่นคำคัดค้านเข้ามาหรือไม่ก็ได้ แต่ข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานภาค 2 นำมาวินิจฉัยและมีคำสั่งในคดีนี้นั้นเป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฎตามคำร้องของผู้ร้อง คำแถลงของผู้ร้องและผู้คัดค้านที่แถลงในวันนัดพิจารณาและตามเอกสารที่ผู้ร้องอ้างส่งต่อศาลเท่านั้น ซึ่งคดีนี้ผู้คัดค้านยื่นคัดค้านว่าการกระทำของผู้คัดค้านไม่ถือว่าเป็นการละทิ้งหน้าที่ เนื่องจากปรพกาศกำหนดเวลาพักเป็นการเปลี่ยนแปลงสหภาพการจ้างที่ไม่เป็นคุณข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกำหนดเวลาทำงานไม่เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเวลาทำงานและเวลาพักจึงยังไม่อาจรับฟังเป็นยุติได้ ดังนั้น ข้อเท็จจริงดังกล่าวยังไม่เพียงพอที่จะนำมาวินิจฉัยตามข้อต่อสู้ของผู้คัดค้านได้ว่าเป็นการกระทำของผู้คัดค้านเป็นการละทิ้งหน้าที่หรือไม่ ดังนั้น ศาลแรงงานภาค 2 จึงชอบที่จะไต่สวนให้ได้ความว่า วันเวลาทำงานปกติ เวลาพัก การเข้าและออกจากจุดที่ทำงานที่มีการปฏิบัติกันมาระหว่างผู้ร้องกับผู้คัดค้านเป็นอย่างไร มีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่อย่างไร เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงแล้วผู้คัดค้านปฏิบัติตามมาตลอดโดยมีการโต้แย้งหรือไม่อย่างไรมีเหตุการณ์ที่ผู้คัดค้านอ้างว่าไม่ถือว่าเป็นการละทิ้งหน้าที่ตามคำคัดค้านหรือไม่อย่างไร และมีการออกหนหรือไม่อย่างไร รวมถึงพฤติกรรมต่าง ๆ อันแสดงให้เห็นถึงการกระทำของผู้คัดค้านว่ามีเหตุที่จะอนุญาตให้เลิกจ้างผู้คัดค้านได้หรือไม่ การที่ศาลแรงงานภาค 2 มีคำสั่งโดยยังมิได้ดำเนินการไต่สวนให้ได้ความตามข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่ได้วินิจฉัยในประเด็นตามที่ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านไว้ คำสั่งศาลแรฎหมายพิพากษายกคำสั่งศาลแรงงานภาค 2 ให้ย้อนสำนวนให้ศาลแรงงานภาค 2 ดำเนินการไต่สวนให้ได้ข้อเท็จจริงเพียงพอแก่การวินิจฉัยชี้ขาด แล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี

Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї

รวบรวมโดยนายไพบูลย์ ธรรมสถิตย์มั่น
www.paiboonniti.com
Code C.96

Tags: