การที่โจทก์และจำเลยทำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างกันไว้หากไม่เป็นไปตามข้อตกลงดังกล่าวให้ถือเป็นหนังสือลาออกของโจทก์ได้หรือไม่

  • Home
  • ฎีกาแรงงาน
  • การที่โจทก์และจำเลยทำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างกันไว้หากไม่เป็นไปตามข้อตกลงดังกล่าวให้ถือเป็นหนังสือลาออกของโจทก์ได้หรือไม่

คำพิพากษาฎีกาที่ 11991/2554

นายสุวิช จะโนภาษ โจทก์

บริษัทพรหมมหาราชพัฒนาที่ดิน จำกัด จำเลย

เรื่อง การที่โจทก์และจำเลยทำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างกันไว้หากไม่เป็นไปตามข้อตกลงดังกล่าวให้ถือเป็นหนังสือลาออกของโจทก์ได้หรือไม่

1.โจทก์ฟ้องว่า เดือนพฤศจิกายน 2540 จำเลยจ้างโจทก์ทำหน้าที่ที่ปรึกษา ค่าจ้างเดือนละ 40,000 บาท วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2542 จำเลยเลิกจ้างโจทก์ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2542 โดยโจทก์ไม่ได้กระทำความผิดและไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 160,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในต้นเงิน 40,000 บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ในต้นเงิน 120,000 บาท

2.จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า เนื่องจากโจทก์ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตามสัญญาจ้างและไม่เป็นผลที่น่าพอใจก่อให้เกิดความเสียหายแก่จำเลยหลายประการ โจทก์และจำเลยจึงทำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างกันไว้โดยให้โจทก์ปรับปรุงการทำงานของตนเองภายในเวลา 2 เดือน หากโจทก์ไม่สามารถปรับปรุงตัวให้ดีขึ้นก็ให้ถือข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างดังกล่าวเป็นหนังสือลาออกของโจทก์และไม่รับเงินใดๆ รวมทั้งจำเลยสามารถเลิกจ้างโจทก์ได้ ต่อมาเมื่อประมาณเดือนธันวาคม 2541 ซึ่งยังอยู่ในระยะเวลาให้โจทก์ปรับปรุงตัวนั้นโจทก์ไม่สามารถปรับปรุงตนเองให้ดีขึ้น ดังนั้นจำเลยจึงจ่ายค่าจ้างให้โจทก์เพียงสิ้นเดือนธันวาคม 2541 เท่านั้น

3.สำหรับลูกค้าซึ่งโจทก์เป็นผู้จัดหามาและจำเลยยังไม่ได้รับชำระหนี้ โจทก์สัญญาว่าจะเป็นผู้ดำเนินการติดตามเร่งรัดหนี้สินกลุ่มนี้เองหากไม่สามารถดำเนินการติดตามหนึ้สินได้ภายในระยะเวลา 1 เดือน นับแต่วันที่ทำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง โจทก์ยินยอมชดใช้ด้วยเงินส่วนตัว รวมเป็นเงิน 633,524.20 บาท ปรากฏว่าโจทก์ไม่สามารถเรียกเก็บเงินจากลูกค้ากลุ่มดังกล่าวได้ภายในกำหนด ทำให้จำเลยได้รับความเสียหายและโจทก์ได้หยุดงานไปโดยไม่บอกกล่าว ขอให้ยกฟ้องและบังคับให้โจทก์ชำระเงินจำนวน 633,524.20 บาท แก่จำเลยพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อเดือน

4.ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์ และให้โจทก์ชำระเงินจำนวน 122,600 บาท แก่จำเลยพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี

5.พิพากษายืน

รวบรวมโดยนายไพบูลย์ ธรรมสถิตย์มั่น (บ.1/43)
www.paiboonniti.com